ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot




เรื่องน่ารู้
สุขภาพ
สุขภาพฟันน้ำนม อย่าคิดว่าไม่สำคัญ

พุธ ที่ 25 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2551


สุขภาพฟันน้ำนม อย่าคิดว่าไม่สำคัญ

เมื่อลูกน้อยลืมตามาดูโลก คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมต้องการให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี เรื่องสุขภาพปากและฟันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะความเชื่อผิดๆ ที่ว่า ฟันน้ำนมไม่สำคัญ เดี๋ยวเด็กก็มีฟันแท้ขึ้นมาแทนแล้ว

 

เราจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใหม่แล้วครับ เพราะคุณหมอบอกว่าฟันน้ำนมของเด็กๆ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ฟันแท้ เพราะหน้าที่หลักของฟันน้ำนมนั้นคือการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยในเรื่องการพูด การออกเสียง และการกลืน ดังนั้นเด็กๆ ต้องการฟันน้ำนมไว้ทำหน้าที่ดังกล่าว ฟันน้ำนมที่มีสุขภาพดี จะทำให้เด็กๆ มีรอยยิ้มที่สดใส ไม่หลอ ไม่ดำ และไม่มีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์

 

การมีฟันน้ำนมที่แข็งแรง และหลุดไปตามเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้เด็กๆ มีฟันที่เรียงตัวสวย มีระบบการสบฟันและการบด เคี้ยวที่ดี ตรงกันข้ามถ้าเด็กต้องเผชิญกับโรคฟันผุ จะต้องทนทรมานกับการเจ็บปวด เสี่ยงต่อการบวม และส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

 

ถึงตรงนี้ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงหันมาใส่ใจเรื่องฟันของลูกกันมากขึ้น เปลี่ยนความคิดที่ว่าต้องรอให้ลูกโตซะก่อนแล้วค่อยไปหาหมอฟัน หรือกลัวลูกเล็กๆ จะร้องเวลาทำฟันจึงยังไม่พาลูกไปหาหมอ ที่จริงแล้วเราควรพาลูกน้อยไปพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางทันตกรรมสำหรับเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบหรือไม่เกิน 1 ขวบครึ่ง คุณหมอจะได้ให้ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้แก่คุณพ่อคุณแม่ว่าควรจะเลี้ยงอย่างไรไม่ให้ฟันผุ ทั้งเรื่องของอาหาร และการทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสม นอกจากนี้คุณหมอยังจะให้คำแนะนำเรื่อง การใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยป้องกันฟันผุให้เด็กๆ ได้ด้วย

 

ที่สำคัญ ก็คือ คุณหมอจะได้ช่วยปรับพฤติกรรม และสร้างความคุ้นเคยระหว่างทันตแพทย์ กับคนไข้เด็ก เพื่อให้เขาโตขึ้นโดยไม่กลัวหมอ การไปหาคุณหมอตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเป็นไหนๆ

 

ยังมีอีกเรื่องครับ มีคุณแม่บางคนคิดว่า ฟลูออไรด์แบบเม็ดที่มีวางขายตามร้าน จะไปซื้อหามาทานตั้งแต่ตั้งครรภ์เลย และจะให้ลูกเริ่มทานด้วยตั้งแต่เล็กๆ จริงๆ แล้วยาเม็ดฟลูออไรด์หาซื้อได้ในร้านขายยาอย่างแน่นอน แต่การใช้ ฟลูออไรด์นั้นก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน เพราะมีทั้งคุณและอาจเกิดโทษได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง

 

การทานฟลูออไรด์ตั้งแต่ตั้งครรภ์นั้น แทบไม่ได้ช่วยอะไรกับฟันของลูกเลย ส่วนการที่เด็กๆ จะต้องรับประทานฟลูออไรด์เสริมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และทันตแพทย์จะเป็นผู้สั่งจ่ายยาเม็ดฟลูออไรด์ หรือทำการเคลือบฟลูออไรด์ให้แก่เด็กๆ เพื่อป้องกันฟันผุเอง คุณหมอจึงไม่แนะนำให้ไปหาฟลูออไรด์มาทานเอง เพราะฟลูออไรด์ไม่ได้มีแต่ประโยชน์ มันยังสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงของการใช้ยาได้อีกด้วย ดังนั้นก่อนจะใช้ควรได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อน

 

เห็นไหมครับว่า การดูแลสุขภาพปากและฟันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราหมั่นหาความรู้ ทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและไปหาหมออย่างสม่ำเสมอโดยเริ่มตั้งแต่ฟันน้ำนม แค่นี้ก็เชื่อว่าสุขภาพปากและฟันที่ดีคงไม่หนีไปไหนแล้ว
สมาธิสั้น หรือ ADHD

สมาธิสั้น Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD

หากท่านมีลูกคนหนึ่งซนมาก อยู่ไม่เป็นที่ เบื่อง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความสนใจถูกหักเหโดยแสง สีเสียงเพียงเล็กน้อย อาการต่างๆที่กล่าวเป็นอาการของเด็กสมาธิสั้นหรือที่เรียกว่า Attention Deficit Hyperactive Disorder เด็กจะไม่สามารถนั่งวางแผนหรือทำงานให้สำเร็จลุล่วง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถทำงานที่ใช้ทักษะ โรคนี้พบมากในเด็กประมาณร้อยละ 3-5 พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 2-3 เท่า อาการนี้สามารถดำเนินจนถึงวัยรุ่นทำให้เกิดความเครียด

อาการของเด็กสมาธิสั้น

         การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ง่ายเหมือนกระดูกหัก หรือปอดบวม เพราะโรคพวกนี้สามารถเห็นด้วยตาหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่การวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นจะอาศัยพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งจะมีลักษณะดังต่อไปนี้
  1. การขาดสมาธิ Inattention โดยสังเกตพบว่า
    • เด็กจะสนใจงานหรือของเล่นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นหลังจากนั้นก็จะเบื่อ
    • ไม่มีความพยายามที่จะทำงานที่ต้องใช้ทักษะ
    • มีปัญหาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
    • ไม่สามารถทำงานที่ครูหรือพ่อแม่สั่งจนสำเร็จ
    • ไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือเวลาเล่น
    • ไม่สามารถตั้งใจฟัง และเก็บรายละเอียดไม่ได้
    • ขี้ลืมบ่อย
    • วอกแวกง่าย
  2. Hyperactivity เด็กจะไม่อยู่นิ่งและควบคุมตัวเองไม่ได้
    •  เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
    • เล่นไปรอบห้อง
    • พูดคุยตลอด พูดไม่หยุด
    • เมื่อนั่งอยู่ที่เก้าอี้ก็ไม่สามารถนั่งนิ่งโยกไปโยกมา
    • แตะสิ่งโน้นสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา
    • เคาะโต๊ะส่งเสียงดัง
    • รอคอยไม่เป็น
    • ชอบขัดจังหวะเวลาที่ผู้อื่นพูดคุยกัน
    • บางคนอาจจะทำหลายๆอย่างพร้อมกัน
  3. Impulsivity เด็กจะหุนหัน เด็กจะทำหรือตอบสนองต่อสิ่งเร้าโดยที่ไม่ได้คิด เด็กอาจจะพูดโต้ตอบโดยที่ไม่คิด ข้ามถนนโดยที่ไม่ดูรถ เด็กจะไม่สามารถรอยคอยสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ เด็กอาจจะแย่งของเล่นจากเด็กคนอื่น เมื่อไม่พอใจเด็กอาจจะทำลายของเล่นนั้น
          ในการประเมินว่าเด็กคนใดจะเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่แพทย์จะประเมินพฤติกรรมในเป็นมากเกินไปหรือไม่ เป็นระยะเวลานานหรือไม่ อาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเทียบกับเด็กอื่นที่อายุใกล้เคียงกันมีความแตกต่างกันหรือไม่ พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกเป็นเพียงตอบสนองต่อเหตุการณ์บางอย่างหรือไม่ พฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำๆกันต่างเวลาและต่างสถานที่ แต่อย่างไรก็ตามแพทย์จะมีเกณฑ์วินิจฉัยโรคสมาธิสั้นดังต่อไปนี้
  1. อาการที่แสดงว่าเด็กอยู่ในภาวะที่มีสมาธิสั้น inattention ได้แก่
  • สมาธิของเด็กจะไขว้เขวได้ง่ายโดยอาจจะเกิดจากสิ่งที่มากระทบเพียงเล็กน้อย
  • เด็กจะไม่สามารถให้ความสนใจกับรายละเอียด และมักจะเกิดการผิดพลาดจากความประมาท
  • มักจะไม่ทำตามคำแนะนำ
  • มักจะทำของหายบ่อยเช่น ดินสอ ตุ๊กตา สมุด
  1. อาการที่แสดงว่าเด็กไม่อยู่นิ่ง hyperactivity และ impulsivity
  • เด็กจะไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เป็นคนอยู่ไม่สุข มือและเท้าหยุหยิกอยู่ตลอดเวลา
  • วิ่ง ปีนป่าย หรือลุกจากเก้าในขณะที่เด็กอื่นนั่งกันหมด
  • พูดโพล่สวนออกมาโดยที่ยังฟังคำถามไม่เสร็จ
  • ไม่สามารถเข้าแถวรอได้
แต่อย่างไรก็ตามเด็กปกติการสามารถมีอาการเหล่านี้ได้ดังนั้นการวินิจฉัยจะต้องอาศัยเกณฑ์คือ
  1. พฤติกรรมเหล่านี้จะต้องเกิดก่อนอายุ 7 ขวบ
  2. เป็นติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน
  3. พฤติกรรมของเด็กจะต้องรุนแรงและมากกว่าเด็กปกติ
  4. และที่สำคัญพฤติกรรมเหล่านี้ต้องเกิดอย่างน้อย 2 แห่งเช่น บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน ที่สาธารณะ

โรคอื่นที่มีลักษณะคล้ายกับเด็กสมาธิสั้น

          การที่จะวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรค ADHD จะต้องระวังเพราะหากว่าเป็นโรคนี้แล้วจะต้องให้การรักษาเป็นระยะเวลานานดังนั้นจะต้องแยกโรคที่มีลักษณะใกล้เคียงดังตัวอย่างเช่น เด็กปกติมาตลอดแต่เมื่อพ่อแม่เสียชีวิต เด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เด็กที่หูชั้นกลางอักเสบจะมีปัญหาการสื่อสารกันทำให้เด็กมีปัญหาความสัมพันธ์ โรคที่มีลักษณะคล้ายกันเช่น
  • ความบกพร่องในการเรียนรู้ learning disability
  • โรคลมชัก
  • มีปัญหาการได้ยิน
  • เด็กเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมักจะพบร่วมกับโรคอะไรบ้าง

          ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักมีปัญหาทางพฤติกรรม การเรียนรู้ และการเข้าสังคมดังนั้นเด็กบางคนอาจจะมีปัญหาที่พบร่วมกันโรคต่างที่อาจจะพบร่วมกันได้แก่
  • มีความบกพร่องในการเรียนรู้
  • Tourette''s syndrome ผู้ป่วยจะมีการกระตุกของหน้า ร่วมกับการกระพริบตาถี่ๆ
  • มีภาวะต้านสังคม เริ่มแรกอาจจะมีการดื้อคำสั่ง ทำร้ายเพื่อเมื่อไม่พอใจ หรืออาจจะทำร้ายตัวเอง หากไม่แก้ไขก็อาจจะกลายเป็นภาวะต่อต้านสังคม อาจจะชอบขโมย จุดไฟเผา ทำลายทรัพย์สิน
  • มีความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า

สาเหตุของโรคสมาธิสั้น

        สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ใครทราบว่าเกิดจากอะไร จากการศึกษาการทำงานของสมองของคนเป็นโรคสมาธิสั้นพบว่าสมองบางส่วนมีการทำงานน้อยกว่าปกติ และยังพบอีกว่าแม่ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติดระหว่างตั้งครรภ์ อาจจะมีผลทำให้สมองเด็กมีปัญหาในการพัฒนา นอกจากนั้นยังพบว่าสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมก็น่าจะมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้

การวินิจฉัยโรค

         การวินิจฉัยโรคนี้มีความลำบากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโรคจะค่อยเป็นค่อยไป โดยที่พ่อแม่หรือคนใกล้ไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้นการเกิดโรคก็สามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ 3-7 ขวบ ดังนั้นโรคนี้มักจะวินิจฉัยโดยคุณครูเนื่องจากเด็กที่เป็นโรคจะแตกต่างจากเด็กอื่นค่อนข้างมาก

ขั้นตอนการวินิจฉัย

      เมื่อแพทย์ได้รับการปรึกษาจากผู้ปกครองแพทย์จะเริ่มการตรวจวินิจฉัยโรคโดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. วินิจฉัยเพื่อแยกโรคอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียง
  • ตรวจดูสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้านและโรงเรียนว่ามีปัญหาความเครียดให้เด็กหรือไม่ พ่อแม่และครูแก้ปัญหาอย่างไร
  • ตรวจดูอารมณ์ของเด็ก
  • ตรวจโรคลมชัก
  • ตรวจเรื่องการได้ยินและการมองเห็น
  • ตรวจเรื่องภูมิแพ้และอาหารที่มี caffiene หากเด็กได้รับมากเกินไปอาจจะทำให้เด็กเกิดซุกซน
  1. แพทย์จะประเมินพฤติกรรมของเด็กว่าเข้าได้กับอาการของโรคสมาธิสั้นหรือไม่ นอกจากนั้นแพทย์อาจจะต้องเฝ้าดูพฤติกรรมของเด็กที่โรงเรียนและที่บ้าน
  2. แพทย์จะให้ครูทั้งอดีตและปัจจุบันประเมินพฤติกรรมของเด็ก
  3. มีการทดสอบความสามารถในการปรับตัว สุขภาพจิต IQ ของเด็ก
  4. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินพฤติกรรมของเด็กในสิ่งแวดล้อมต่างกัน เช่นการอ่านหนังสือ ระหว่างคิดเลข ระหว่างการเล่นเกมส์

การรักษา

        ยาที่ใช้รักษาเด็กสมาธิสั้นที่ได้แก่ methylphenidate , dextroamphetamine ,  pemoline ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความไม่อยู่นิ่งของเด็กและช่วยให้เด็กมีสมาธิในการเรียนและทำงาน การคัดรายมือและการกีฬา แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่ายาเหล่านี้ไม่ใช่ยารักษาโรค ยานี้เป็นเพียงควบคุมอาการของโรค เชื่อว่าการใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับการใช้ พฤติกรรมบำบัด การดูแลด้านจิตใจ และการประคับประคองอย่างอื่นจะช่วยทำให้เด็กดีขึ้น         ข้อที่ต้องระวังของการใช้ยาเหล่านี้ เนื่องจากยาเหล่านี้หากใช้ไม่ถูกต้องอาจจะเป็นเสพติด ดังนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ในเด็กมักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องติดยา และเมื่อการรักษาได้ผลต้องให้กำลังใจเด็กว่ากว่าการชื่นชมว่าเป็นผลของยาเพราะจะทำให้เด็กต้องพึ่งยา

พ่อแม่ต้องเรียนรู้วิธีการดูแลเด็ก

       ดังที่กล่าวข้างต้น เด็กเหล่านี้จะมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนในสังคม เด็กจะทรมานกับการทำการบ้านแต่แล้วก็ลืมเอาไปส่งครู เด็กจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้น พี่น้อง ส่วนพ่อแม่ที่ไม่เข้าใจเด็กก็จะไม่สนใจเนื่องจากเด็กจะไม่เชื่อฟังพ่อแม่จะไม่สามารถควบคุมเด็ก เด็กจะไม่มีระเบียบวินัย ต่อมาพ่อแม่ก็จะใช้วิธีดุ ตีแม้ว่าจะทราบว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องแต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร พฤติกรรมการดุด่าและการลงโทษจะทำให้อาการของเด็กแย่ลง เด็กจะดื้อมากขึ้น ต่อต้าน ก้าวร้าว วิธีการที่ดีกว่าคือ การให้คำชมหรือรางวาลเมื่อเด็กแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้อง และควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมโดยการงดกิจกรรมที่เด็กชอบ หรือตัดสิทธิอื่นๆ        ทั้งพ่อแม่และเด็กจะต้องปรึกษานักจิตเพื่อช่วยกันประคับประคองความรู้สึก พฤติกรรมให้เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง พ่อและแม่ต้องพูดคุยกับแพทย์เพื่อที่จะได้ช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับข้อจำกัด ที่ตัวเด็ก และช่วยแนะนำแนวทางปฏิบัติตัวเพื่อให้เด็กได้ใช้ความสามารถด้านอื่นทดแทนในส่วนที่บกพร่อง

ผู้ใหญ่ก็เป็นโรคสมาธิสั้น

        โรคสมาธิสั้นไม่ใช่โรคที่เกิดกับเด็กเท่านั้น ปัจจุบันพบว่าผุ้ใหญ่หลายๆคนก็มีปัญหานี้ทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ลักษณะต่อไปนี้จะช่วยบ่งชี้ว่าท่านอาจจะเป็นโรคสมาธิสั้น และต้องได้รับการรักษา
  • มีประวัติบ่งชี้เป็นโรคสมาธิสั้นในเด็ก
  • ใจร้อน โมโหง่าย
  • อารมณ์ขึ้นลงเร็ว
  • หุนหัน พลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ
  • สามารถทนกับความเครียด หรือสิ่งที่ทำให้คับข้องใจได้น้อย
  • ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน
  • รอยคอยอะไรนานๆไม่ได้
  • มักจะทำงานหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน และไม่สำเร็จสักชิ้น
  • นั่งนิ่งๆอยู่ได้ไม่นาน
  • เบื่อง่าย ต้องการสิ่งเร้าใจอยู่เสมอ
  • ไม่มีระเบียบ
  • เปลี่ยนงานบ่อย เนื่องจากความผิดพลาดในการทำงาน
  • ผิดนัด หรือลืมทำเรื่องสำคัญอดยู่เสมอ
  • มีปัญหากับคนรอบข้าง เช่น สามี ภรรยา ญาติพี่น้อง หัวหน้าหรือเพื่อนร่วงาน

ภูมิคุ้มกันโรคที่ลูกควรได้รับ


วัคซีนทุกชนิด ถ้าเด็กไม่ได้เริ่มฉีดตามกำหนด ให้เริ่มฉีดได้ทันทีที่ทราบ

อายุ วัคซีนที่ให้หรือเด็กควรได้รับ
แรกเกิด
  • วัคซีนบีซีจี
  • วัคซีนป้องกันวัณโรค
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี ครั้งที่ 1
  • 2 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่1
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้งที่ 1
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี ครั้งที่ 2
  • 4 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 2
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้ง 2
  • 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 3
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้ง 3
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี ครั้งที่ 3
  • 9-12 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 1 หรือให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเพียงอย่างเดียวก็ได้ในกรณีที่ไม่มีวัคซีนรวมหัด
  • 1 ½ ปี
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้ง 4
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้ง 4
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 2 (ห่างจากครั้งแรก 12สัปดาห์)
  • 2 ½
  • วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3
  • 4-6 ปี
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้ง 5
  • วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ครั้ง 5
  • วัคซีนป้องกันวัณโรค (ในรายที่ไม่มีแผลเป็นจากการฉีดครั้งก่อน)
  • วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ไทฟอยด์ (ในกรณีที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
  • 12-16 ปี
  • วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ไทฟอยด์ ครั้งที่ 2
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก

  • คำแนะนำในการให้วัคซีน
    1. การรับวัคซีนของเด็กแต่ละครั้ง อาจมีอาการข้างเคียงได้ คุณแม่ควรบันทึกการแพ้เหล่านั้นไว้ เพื่อขอคำปรึกษาจากแพทย์สำหรับการดูแลและรักษาเด็กได้อย่างถูกต้อง
    2. การฉีดวัคซีนบีซีจี วัคซีนป้องกันวัณโรค เด็กทุกคนจะได้รับเมื่อแรกเกิดโดยฉีดที่ไหล่ซ้าย หลังฉีดจะไม่มีแผล ต่อมาประมาณ 34 สัปดาห์ จะเห็นเป็นตุ่มแดงบริเวณที่ฉีด ถ้าตุ่มที่ขึ้นมาบวมแดง แตก อาจจะมีหนองก็ได้ ให้เช็ดผิวหนังบริเวณนั้นให้สะอาดและแห้งเสมอด้วยน้ำต้มสุก หรือแอลกอฮอร์ 70 % ทุกครั้งที่แผลเปียก ตุ่มนี้จะค่อยๆ แห้งลงและมีรอยบุ๋มตรงกลางภายใน 36 สัปดาห์
    3. หลังการฉีดวัคซีนต่างๆ เด็กอาจตัวร้อนอยู่ประมาณ 12 วัน ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นและให้ยาลดไข้ตามที่แพทย์สั่ง
    4. วัคซีนบางชนิดที่ต้องให้มากกว่า 1 ครั้ง และต้องให้อีกเป็นครั้งคราว คุณแม่ควรใส่ใจพาลูกไปรับวัคซีนให้ครบ ไม่ว่าจะเว้นไปนานเท่าไร ควรให้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
    5. ถ้าลูกมีอาการรุนแรงหลังฉีดวัคซีน เช่น ชัก ไข้สูงมาก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการฉีดครั้งต่อไป
    หมายเหตุ
    1. ถ้าแม่เด็กเป็นพาหะของโรค เด็กต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี เข็มแรกภายใน 24 ชั่วโมง เข็มต่อไปฉีดเมื่ออายุ 1 เดือน และอายุ 6 เดือนตามลำดับ
    2. กรณีที่ไม่มีวัคซีนรวม หัดคางทูม หัดเยอรมัน ให้ใช้วัคซีนหัดแทน

    ดนตรีกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย


    ดนตรีกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย
    ดนตรี เป็นสื่อภาษาสากล มีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ และความรู้สึกของมนุษย์ ดนตรีเหมาะสม กับการนำมาใช้เพื่อการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เพราะนอกจากการสร้างเสริมพัฒนาการในทุกด้านแล้วยังสามารถปลูกฝังนิสัยที่ดีงาม และประสมประสานวิชาการด้านต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัยได้ ช่วงแห่งปฐมวัยนี้ เด็กจำเป็นจะต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ปลูกฝัง หล่อหลอมพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา เจตคติ คุณธรรม ศีลธรรม ประสบการณ์ ทักษะด้านต่าง ๆ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่ดี ในช่วงนี้เด็กจะมีพัฒนาการทุกด้านอย่างรวดเร็ มีความใสบริสุทธิ์เสมือน ผ้าขาวที่กำลังรอรับการบรรจงแต่งแต้ม สีสันต่าง
    อีกทั้งยังต้องการเรียนรู้สิ่งแปลงใหม่อยู่เสมอ ประการสำคัญในสองปีแรกของชีวิต เซลล์สมองและระบบประสาทจะเจริญเกือบเต็มี่ และการเจริญเติบ โตของสมองในช่วงต่อไปยังคงมีอยู่ในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงรูปให้เหมาะสมกับหน้าที่และการสร้างวงจรประสาท ดังนั้นหากเด็กไม่ได้รับการเอาใจใส่ที่ดีขาดสิ่งเร้าที่เหมาะสมก็จะขาดสิ่งที่จะไปกระตุ้นให้ระบบประสาทที่กำลังเติบโตทำงานได้อย่างสมบูรณ์ วัย 6 ปีแรกของชีวิตนั้น มีความสำคัญในการพัฒนายิ่งกว่าวัยอื่น ๆ ทั้งหมด และถ้าเด็กปฐมวัยไม่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง ความสามารถในการเรียนรู้ก็จะถูกยับยั้งให้ล่าช้าหรือชะงักงันได้
    สิ่งที่จะเป็นสื่อเป็นสิ่งเร้าและแนวทางในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ของเด็กปฐมวัยมีมากมายหลายอย่าง หลายวิธีการ วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ทั้งมีความหมายเหมือนและความแตกต่างกัน ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย สารัตถะที่จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัยทั้งในและต่างประเทศ หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ
    “ เพลงหรือคนตรี ” อันเป็นสิ่งที่นักวิชาการ นักศึกษา ท่านผู้รู้ ปราชญ์ ร่วมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ต่างเห็นคุณค่าความสำคัญ สารัตถุประโยชน์แห่งศาสตร์ทางดนตรี ในการที่จะนำดนตรีมาเป็นสิ่งแห่งการพัฒนาเด็กปฐมวัยในด้านต่าง ๆ
    “ ดนตรี ” นับเป็นสิ่งแวดล้อมทางสังคมอย่างหนึ่งที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก แล้วยังมีนักการศึกษาให้ทรรศนะ โลกของเด็กเป็นโลกดนตรีไม่ว่าเริ่มตั้งแต่เสียงเต้นของหัวใจแม่ เสียงเพลงที่แม่กล่อม การดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุและชมภาพยนตร์ มักจะมีเสียงดนตรีอยู่เสมอ ประสบการณ์ทางดนตรีจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการชีวิตของเด็กที่ทางโรงเรียนควรจัดให้มีขึ้น เพราะคุณค่ ของดนตรีจะช่วยให้ ้เด็กมี พัฒนา การที่ดีงาม ในระดับปฐมวัยนี้ เสียงดนตรีมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งใน อันที่จะวางรากฐานใน การพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อหรือการแสดงออก ทางด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม เนื่องจากดนตรีเป็นเรื่องของโสตศิลป์ ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึก อันจะนำเด็กไปสู่การรับรู้ในเรื่องของความงาม อย่างมีสุนทรีย์ ช่วยให้เด็กเป็นคนละเอียดอ่อนไวต่อการรับรู้ มีเหตุผล และมีความจำเป็นที่จะให้ความเจริญเติบโตของเด็กมีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยดนตรีเป็นสื่อกลางของเด็กในการพัฒนา คุณค่าทางสมองด้านความต้องการและความพอใจต่อสุนทรีย์ ดนตรีมีคุณค่าต่อการจัดระเบียบความ เจริญของสมองและ เป็นปัจจัยสำคัญ ที่กล่าวอีกว่า ดนตรีสามารถดึงดูดความสนใจ ของเด็กช่วยทำให้จิตใจแช่มชื่นและเกิดการผ่อนคลาย
    ดังนั้น การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดี จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากมีเสียงดนตรีตลอดเบา ๆ ซึ่งทำให้เด็กมีจิตใจที่สดชื่นแจ่งใสและผ่อนคลายความตึงเครียดได้ อีกทั้งยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิที่จะคิดทำสิ่งใดให้ได้ผลดี
    นอกจากนี้ดนตรียังเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มหรือทำให้บรรยากาศในระหว่างการดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ช่วยให้เด็กเกิดความสนใจและอยากร่วมทำกิจกรรมยาวนาน และมีความหลากหลายยิ่งขึ้น มนุษย์นิยมใช้ดนตรีช่วยผ่อนคลายมากกว่าอย่างอื่น เพราะไม่เป็นอันตรายหรือข้อจำกัดห้ามไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในวัยใด เพศใด หรือฐานะสภาพทางสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ต่างกัน
     



    สรรหามาฝาก

    เรื่องน่ารู้
    สอนลูกรักให้รู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม
    7 วิธีปลูกฝังให้ลูกรักสนใจศิลปะ
    เมื่อเจ้าตัวเล็กป็นหวัดจะปฏิบัติอย่างไร
    วันเด็กแห่งชาติ 2553 article
    วันปิยมหาราช
    วันสิ่งแวดล้อมโลก
    วันงดสูบบุหรี่โลก
    "ชิคุนกุนยา" ไข้ปวดข้อยุงลาย โรคร้ายฤดูฝนของคนใต้
    วันมาฆบูชา article
    วันเด็กแห่งชาติ ปี 2552
    สวัสดีปีใหม่ 2552 article
    ลอยกระทง
    วันแม่แห่งชาติ article
    ธรรมะเพื่อชีวิต article
    วิธีการทำงานอย่างมีความสุข article
    วันสุนทรภู่ article
    รอบรู้....วัยรุ่น article
    บทความยอดนิยม
    วันงดสูบบุหรี่โลก
    สิ่ง ดี ดี ( ธรรมะเดลิเวอรี่ )
    วันวิสาขบูชา article
    วันตรุษจีน article
    แผ่นดินไหวสอนอะไรเด็กไทยบ้าง article
    วันเด็กแห่งชาติ ๒๕๕๑
    สวัสดีปีใหม่ 2551
    วันพ่อแห่งชาติ article
    เมื่อใดให้ลูกเรียนคอมพิวเตอร์
    วันสารทไทย article
    เคล็ดลับ 13 ประการ เพื่อการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ article
    โรคไข้เลือดออก article
    วันแห่งความรัก article
    วันตรุษจีน article
    วันเด็กแห่งชาติ ปี 2550 article
    สวัสดีวันปีใหม่ article
    วันคริสต์มาส article
    เคล็ดลับเรื่องไข่ๆ article
    วันพ่อแห่งชาติ article
    "โยเกิร์ต" เป็นยาอายุวัฒนะ article
    วันลอยกระทง article
    วันวิทยาศาสตร์ไทย article
    วันแม่แห่งชาติ article
    7 สิ่งกินแล้วเยาว์ article
    ผลไม้ล้างพิษ article
    บอกเล่า ! 9 เคล็ด (ไม่) ลับ สู้ยอดนักอ่าน article
    ท่องตรัง นั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบ article
    ปาท่องโก๋เมืองตรัง...แปลกกว่าใคร article
    ช่างเย็บผ้าเมืองตรังเปิดใจได้เข้าเฝ้าฯ “ในหลวง” article
    อันตรายแปดอย่างของทักษิณ article
    กฟผ....ตัวอย่าง "ผลประโยชน์ทับซ้อน"ที่กินรวบสังคมไทยทุกวงการ article
    มหกรรมอาหารดี ศรีตรังบาน ครั้งที่ 5 article
    ชาวตรังโวยรัฐแหกตาฟื้นท่องเที่ยวหลังคลื่นยักษ์ article
    ผู้ว่าฯ ตรัง คนใหม่ article
    เดือนหก แรกนาขวัญ สร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวนา article
    บ่าวสาว 48 คู่ สุดประทับใจ 'วิวาห์ใต้นํ้า' article
    ตำนานของวาเลนไทน์ article
    งานวิวาห์ใต้สมุทร Under Water Wedding article
    ตำนานตรุษจีน article
    งานประเพณีตรุษจีน article
    รู้จักคลื่นยักษ์"สึนามิ" article
    รถไฟฟ้าใต้ดินชนกันใต้สถานีศูนย์วัฒนธรรม บาดเจ็บนับสิบ article
    ปลาหลาก-ปลิงเกยตื้น-ควายตื่น สัญญาณเตือนภัยก่อน "สึนามิ"? article
    รูปภาพหายาก หาไม่มีในประเทศไทย ในหลวงของเรา article
    "ทรงให้ทหารหนักแน่น" article
    ปรับปรุงแบงก์ 100 ใหม่กันของปลอม article
    สมเด็จฯ ทรงวอนผนึกพลังร่วมใจ-ดับไฟใต้ article
    แห่ซื้อพรึบการ์ตูนสี่สี "ทองแดง" 2 แสนเล่ม article
    ประทัด ''''ไข่'''' ทำเด็ก14 ปี นิ้วขาด! article
    คิดใหม่ ทำใหม่ ไฉนจึงกลายเป็น คิดใหม่แต่ทำแบบเก่าๆ ? article
    ฤา เราจะเดินทางผิดแล้วจริงๆ กับการปฏิรูป...!!! article



    Copyright © 2010 All Rights Reserved.